แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - yositaklahan

หน้า: [1]
1
          เที่ยวหลวงพระบาง สถานที่เที่ยวน่าสนใจ

1.พระราชวังหลวงพระบาง

เริ่มต้นการท่องเที่ยวหลวงพระบาง ทพระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ซึ่งได้รวบรวมทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในสมัยการปกครองโดยกษัตริย์ของประเทศลาว เปิดให้ชมทั้งห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ ห้องรับแขก ฯลฯ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ของลาวในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของประเทศลาว ตัวอาคารมีลักษณะเป็นตึกทรงเหลี่ยมธรรมดาตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แต่หลังคางดงามด้วยศิลปะดั้งเดิมของลาว บริเวณโดยรอบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ มีทางเดินเข้าไปมีต้นตาลสูงใหญ่ขนาบสองข้าง ทางด้านตะวันออกของพระราชวังเป็นหอหลวงพระบาง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม สีทองอร่ามด้วยการตกแต่งประดับประดาจากกระจกสี เป็นที่ประดิษฐานของพระบาง พระพุทธรูปอันเก่าแก่และคู่บ้านคู่เมืองของเมืองหลวงพระบาง ต้องแต่งกายสุภาพ และไม่สามารถถ่ายภาพด้านในได้ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-11.30 น. และ 13.30-16.00 น. เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร (เสียค่าเข้าชม)

2.วัดเชียงทอง

วัดเชียงทองสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2103 สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชในบรรดาวัดวาอารามทั้งหมดต้องยกให้วัดเชียงทองเป็นวัดที่สำคัญและสวยงามที่สุดมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุด นักโบราณคดียกย่องว่าวัดเชียงทองเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว วัดเชียงทองสร้างขึ้นก่อนหน้าที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจะย้ายเมืองหลวงไปยังนครเวียงจันทน์ไม่นานนัก และยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้ายของประเทศลาว นักท่องเที่ยวควรไปวัดเชียงทองในช่วงเช้า เพราะแดดจะยังไม่ส่องตัววัดอย่างเต็มที่ ทำให้ถ่ายรูปได้อย่างสวยงาม และต้องแต่งกายสุภาพ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น. (เสียค่าเข้าชม)

3.ถ้ำติ่ง
                         
อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางประมาณ 25 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 13 เหนือ ผ่านหมู่บ้านซ่างไห จนถึงหมู่บ้านปากอู มีเรือข้ามฟากให้บริการ คนละ 10,000 กีบ แยกออกเป็น 2 ส่วน คือด้านบนและด้านล่าง ถ้ำติ่งด้านล่างนั้นเมื่อขึ้นจากเรือ เดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็จะสามารถเข้าชมได้เลย ภายในถ้ำติ่งล่างนั้นประกอบไปด้วยพระแกะสลักไม้ ที่วางเรียงรายทั้งขนาดองค์เล็กและองค์ใหญ่สลับกันไป มีจุดให้ไหว้พระขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่วนถ้ำติ่งบนจะต้องเดินขึ้นบันไดอ้อมไปทางด้านหลัง ขนาดถ้ำจะมีขนาดใหญ่กว่า มีหินงอกหินย้อยและพระแกะสลักไม้วางไว้ให้ได้เคารพสักการะเช่นกัน (เสียค่าเข้าชม)

4.ตักบาตรข้าวเหนียว


เป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวหลงรักเมืองหลวงพระบาง ก็คือ วิถีการดำเนินชีวิตของคนท้องถิ่น ที่ยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ในทุก ๆ เช้ามืด ภายใต้สายหมอกสีขาว อากาศเย็นสบาย ชาวบ้านจะตื่นมารอใส่บาตรพระสงฆ์นับร้อยรูป ที่เดินบิณฑบาต บริเวณหน้าไปรษณีย์หลวงพระบางจะมีชาวบ้านหาบข้าวปลาอาหาร จัดเป็นชุด ๆ เพื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใส่บาตร เป็นการตักบาตรที่คล้ายกับทางภาคอีสานของไทย เวลาที่ใส่บาตรก็คือช่วงตีห้าถึงหกโมงเช้า เพราะหลังจากนั้นพระสงฆ์จะกลับเข้าวัดเพื่อไปทำกิจของสงฆ์

         ที่บริเวณสี่แยกเยื้องกับไปรษณีย์หลวงพระบาง ในตอนเช้าจะมีร้านค้า 3-4 ร้านขายอาหารเช้า สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงหลวงพระบางก็คือการทานบาแก็ต ขนมปังสไตล์ฝรั่งเศส สอดไส้ด้วยแฮม ทูน่า ผัก และชีส สามารถเลือกไส้ได้เอง ทานแค่ชิ้นเดียวรับรองว่าอิ่มแน่นอน เพราะมีขนาดใหญ่มากและราคาไม่แพง

5.วัดป่าโพนเพา

วัดป่าโพนเพา เป็นวัดเล็กๆ ที่สร้างขึ้นโดยพระอาจารย์สายสมุทร มีศาสนสถานส่วนใหญ่อยู่บริเวณเชิงเขา จุดเด่นที่น่าชมอยู่ที่สันติเจดีย์บนยอดเนิน สร้างขึ้นใน ปีพ.ศ. 2531 ลักษณะเป็นอาคารทรงพระธาตุ ภายนอกชั้นบนทาสีทอง ส่วนชั้นล่างเป็นโถงทรงเหลี่ยมรอบๆ พระธาตุ มีหน้าต่างแกะสลักเล่าเรื่องพุทธประวัติ ภายในแบ่งเป็น 4 ชั้น แต่ละชั้นจะประดับภาพฝาผนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ นรก-สวรรค์ และพุทธศาสนสถาน ที่สำคัญๆ หลายแห่งทั่วโลก บริเวณระเบียงชั้นสอง สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองหลวงพระบางได้กว้างไกล ตั้งแต่สนามบิน ตัวเมือง สะพานเหล็ก แม่น้ำคาน พระธาตุพูสีและเทือกเขาที่โอบล้อมด้านหลัง มีประตูทางเข้าทั้งสี่ทิศ ช่วงเช้า 08.00 - 10.00น. ช่วงบ่าย 01.30 - 04.30 น. (เสียค่าเข้าชม)

 
6.น้ำตกตาดกวางสี

อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร ผ่านป่าเขาและธรรมชาติที่สวยงามไปสู่น้ำตกกวางสี ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง มีหลายชั้น ชั้นบนสุดซึ่งเป็นไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 70 เมตร โดยจะไหลลดหลั่นลงมาตามสระน้ำไปสู่น้ำตกชั้นล่าง นอกจากความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแห่งนี้แล้ว สีของน้ำตกยังสวยงามจนน่าทึ่งอีกด้วย เพราะมีสีฟ้าใส ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุที่อยู่บริเวณน้ำตก เย็นชุ่มฉ่ำ พร้อมกับดอกไม้ป่าสีสันสดใส มีอากาศบริสุทธิ์ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาเล่นน้ำกันที่น้ำตกแห่งนี้ เพราะมีชั้นด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ สามารถกระโดดลงจากต้นไม้ใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำได้อย่างสนุกสนาน เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น. (เสียค่าเข้าชม)

7.น้ำตกตาดแต้

น้ำตกตาดแส้เป็นอีกหนึ่งน้ำตกสำคัญของเมืองหลวงพระบางที่ไม่ควรพลาด มีความงดงามไม่แพ้น้ำตกตาดกวางสีเลยแม้แต่น้อย ด้วยเป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาจากสระน้ำหลายสิบชั้น น้ำใสมีสีฟ้าสวยงาม บางจุดเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ จึงสามารถว่ายน้ำเล่นในสระได้อย่างสะดวกสบาย  อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปยังน้ำตกตาดแส้นั้น ต้องนั่งรถโดยสารหรือเหมารถจากในเมืองหลวงพระบางมายังหมู่บ้านแอน แล้วต่อเรือของชาวบ้านไปยังน้ำตก ตลอดสองฝั่งทางเต็มไปด้วยป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศที่เงียบสงบ จนกระทั่งไปถึงที่ทำการของน้ำตกตาดแส้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปเที่ยวชมน้ำตกตาดแส้คือ ช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เพราะเป็นช่วงหน้าฝนจะมีปริมาณน้ำมาก นักท่องเที่ยวจึงสามารถเห็นความอลังการของน้ำตกตาดแส้ได้อย่างเต็มที่ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. (เสียค่าเข้าชม)

8.พระธาตุพูสี

พระธาตุพูสี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ประมาณพุทธศักราช 2337 พระธาตุนี้ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของพูสีบนความสูง 150 เมตรพระธาตุนี้มองเห็นได้แต่ไกลแทบจะทุกมุมเมืองของหลวงพระบาง ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ช่วงที่พระธาตุนี้งดงามที่สุดคือช่วงตอนบ่ายแก่ๆแสงแดดจะกระทบองค์พระธาตุเป็นสีทองสุก รอบๆพระธาตุจะมีทางเดินให้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง ส่วนด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นแม่น้ำโขง ช่วงที่คดเคี้ยวเข้าหากันในกลีบเขาและจากยอดภูสียังมองเห็นพระราชวังเดิมที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง

เปิดตลอดวันค่ะ (เสียค่าเข้าชม)

9.ตลาดมืดหลวงพระบาง

ตลาดมืดหรือตลาดกลางคืนถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหญ่ของนักท่องเที่ยวเนื่องจาก ชาวบ้านในเมืองหลวงพระบางใช้เรียกถนนคนเดินตอนกลางคืน เป็นถนนที่ขายงานฝีมือ ศิลปะ วัฒนธรรม แบบหลวงพระบาง ถ้าต้องการหาของฝากราคาถูกจะมีพ่อค้าแม่ค้าชาวหลวงพระบางนำสินค้าของตนมาวางจำหน่ายอาทิเช่น เสื้อยืดสกรีนภาษาลาว, เครื่องเงิน, ผ้าทอ, ผ้าห่ม,ปลอกหมอน, โคมไฟที่ทำจากกระดาษสา และอาหารต่างๆมากมาย เวลาเปิด-ปิด 17.00 น. - 22.00 น

10.วัดวิชุนราช(วัดหมากโม)

วัดวิชุนราช(วัดหมากโม) นั้นเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถที่มีอาคารเป็นรูปแบบสิบสองปันนา หลังคาคลุมลาดคลุมทั้งสี่ด้าน จุดเด่นอยู่ที่คอชั้นสองจะยกระดับสูงขึ้นไปค่ะ สวนบนหลังคาประดับด้วย โหง่  รูปพญานาคสามเศียร บานประตูด้านหน้าทั้งสามช่องแกะสลักลงรักปิดทองรูปพระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม พระอินทร์ อย่างสวยงามตามแบบศิลปะเชียงขวางนั่นเองค่ะ เหมาะสำหรับเดินทางไปกราบไหว้ขอพรก่อนเดินทางกลับ

-ทัวร์หลวงพระบาง จากหนองคาย,ทัวร์หลวงพระบาง จากอุดรธานี,ทัวร์หลวงพระบาง ราคาถูก
สามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.L2btour.com
หรือติดต่อ ทัวร์หลวงพระบาง
 -083-2743757 ID LINE : L2BTRAVEL


2
            ทัวร์ลาวใต้ เที่ยวปราสาทหินวัดพู 3วัน2คืน เริ่มจาก อุบลราชธานี ด่านช่องเม็ก
 
วันที่ 1 : อุบลฯ-ช่องเม็ก-วัดภูพร้าว-จำปาสัก-ปราสาทหินวัดพู

08.00 น. รับคณะที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานี และเดินทางไป ที่ด่านพรมแดน ช่องเม็ก ไทย-ลาว
10.00 น. นำคณะ แวะถ่ายรูป ก่อนถึงด่านช่องเม็ก  ถ่ายรูป วัดภูพร้าวสิรินธรวราราม ชมโบสถ์ศิลปะแบบล้านช้าง  ถ่ายรูป ต้นโพธิ์เรืองแสง และพร้อมชมวิว เขื่อนสิรินธร
10.45 น. ถึงด่าน ต.ม ช่องเม็ก ตรวจเอกสารก่อนข้ามสู่ ทัวร์ลาวใต้ สปป.ลาว และเดินชมสินค้าที่ดิวตี้ฟรีก่อนเดินทางสู่เมืองปากเซ ผ่านบ้านเรือนชนบทวิถีชีวิตชาวลาว 2 ข้างทาง ชมทัศนียภาพแม่น้ำโขงและสะพานลาว-ญี่ปุ่น  ออกเดินทาง สู่เมืองปากเซ (ระยะทาง 45 กม.) เมืองท่าเศรษฐกิจที่สำคัญของลาวตอนใต้ ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น ตรงเข้าสู่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก พาทุกท่านสู่ เมือง บาเจียง เจริญสุข เมืองเดียวของลาวที่มีนามสุกลต่อท้าย พร้อมฟังเรื่องราว รักสามเศร้า ของท้าวบาเจียง นางมะโรง และท้าวจำปาสัก เป็นที่มาของที่ต่างๆในลาว
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่ 1) ในตัวเมืองปากเซ
13.00 น. เดินทางสู่ ปราสาทวัดพู หรือปราสาทหินวัดพู เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่สำคัญที่สุดในจำปาสัก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งอยู่บนเนินเขาพูป่าสัก หรือ พูควย ห่างจากตัวเมืองไป 9 กิโลเมตร เป็นเทวสถานของขอมคล้ายกับเขาพระวิหาร สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 12 สมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน เพื่อใช้เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้าและประกอบพิธีทางศาสนาตามลัทธิพราหมณ์ – ฮินดู ต่อมาลาวได้รับพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศเทวสถานแห่งนี้จึงเปลี่ยนเป็นวัดพุทธศาสนานิกายเถรวาท
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 2 ) และพร้อมเข้าที่พักในเมืองปากเซ
 
วันที่ 2 : ปากเซ-หลี่ผี-น้ำตกคอนพะเพ็ง ไนแองกาล่า แห่งเอเซีย
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 3 ) ที่โรงแรม
08.00 น. ออกเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 13 สายใต้ ระยะทางประมาณ 148 กิโลเมตร นำท่านลงเรือหางยาว ล่องมหานทีสี่พันดอนลัดเลาะไป ตามเกาะแก่งต่างๆ สู่น้ำตกหลี่ผี เรือจอดเทียบท่าที่เกาะดอนเหลด ขึ้นรถ 5 แถว ท่านจะได้ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านจากนั้นชมความยิ่งใหญ่ของแก่งหินที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน น้ำตกหลี่ผีหรือน้ำตกสมพะมิด น้ำตกหลี่ผี หรือตาดสมพะมิต เป้นน้ำตกกลางลำน้ำโขง เกิดจากพื้นแม่น้ำโขงยุบตัวลงเป็นโตรกผาสูง 15-20 เมตร ทำให้น้ำโขงไหลตกลงมาเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก ชื่อหลี่ผี มาจากคำว่า หลี่ คือเครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่งคล้ายลอบ และผีก้คือศพคนตายที่ไหลตามน้ำ และถูกพัดพามาติดหลี่จับปลาของชาวบ้านที่มีอยู่มากมายบริเวณนี้ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างที่หาชมได้ยาก คือโลมาน้ำจืด หรือโลมาอิรวะดี บริเวณใต้น้ำตกหลี่ผี โดยที่โลมาอิระวดีในประเทศลาวพบเพียง 2 แห่ง คือ แม่น้ำเซกอง แขวงอัตตะปือ และแม่น้ำโขง เชิญท่านเก็บภาพประทับใจ จากนั้นเดินทางกลับตามเส้นทางเดิม
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 4 )
14.00 น. เดินทางถึง น้ำตกคอนพะเพ็ง ชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ จนได้สมญานามว่า ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ซึ่ง เกิดจากการลดระดับของชั้นหินและกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากกลางน้ำโขง ที่มีเพียงจุดเดียวของแม่น้ำสายนี้ที่เรือชนิดใดก็ไม่สามารถผ่านไปได้เจ้ามหาชีวิตสุริยวงสา เคยตรัสไว้ว่า แก่งหลี่ผี คอนพะเพ็ง เปรียบเสมือนกำแพงเมืองต่อต้านข้าศึก
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 5 ) และพร้อมเข้าที่พัก ในเมืองปากเซ
 
วันที่ 3 : ปากเซ-ตาดเยือง-ตาดฟาน-ตาดผาส้วม
 
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 6 )
08.00 น. ออกเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 16 สู่ที่ราบสูงเมืองปากซอง ไปยัง น้ำตกตาดเยือง ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และเดินทางต่อไปยัง น้ำตกตาดฟาน ชมความงามของน้ำตกคู่แฝดที่ไหลมาจาก ภูเขาเทวดา 2 แห่งตกมารวมกันในแอ่งระดับน้ำตกสูงถึง 120 เมตร
11.00 น. เดินทางถึง อุทยาน น้ำตกตาดผาส้วม เมือง บาเจียง ต้นตำนานวรรณกรรมรักอมตะ นางมะโรง ท้าวบาเจียง โศกนาฏกรรมรักสามเส้าของสาวลาวลุ่ม หนุ่มลาวเทิง และเศรษฐีจำปาสัก อันเป็นที่มาของชื่อ ภูบาเจียง ภูมะโรง ภูสาเหล้า ตาดผาส้วม นอกจาก นี้นำพาคณะชมวิถีชีวิตหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมืองที่ถูกรวบรวมเพื่อเป็นสื่อ ถ่ายทอดและต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองทัวร์ลาวใต้
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7 )
13.30 น. นำคณะเข้าสู่ ตลาดดาวเรือง ตลาดใหญ่ที่สุดในเมืองปากเซ ช๊อปปิ้งสินค้าหลากหลาย อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายลาว เครื่องเงิน สินค้าอินโดจีนและนำคณะเข้าชมศูนย์สมุนไพรจากเมืองจีน
15.30 น. กลับถึงด่านช่องเม็ก ช๊อปปิ้งสินค้า ดิวตี้ฟรี ในขณะผ่านขั้นตอนตรวจเอกสารผ่านด่าน ตม.ลาว-ไทย กลับถึงฝั่งไทย ส่งคณะที่สนามบิน อุบลราชธานี โชคดีทุกท่าน
 

สามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.L2btour.com
หรือติดต่อทัวร์ลาวใต้
 083-2743757 ID LINE : L2BTRAVEL







3
p://upic.me/show/61996896]
โปรแกรมทัวร์เวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน 4วัน3คืน เริ่มจาก มุกดาหาร
 
วันที่ 01: Mukdahan – Lao Bao – Ta Con air port – Hue                                         
06.00น. รับคณะที่ Mukdahan เดินทางมุ่งหน้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 9 ไปยังชายแดนลาวเวียดนาม ผ่านพิธีตรวจเอกสารที่ ต.ม ลาว และ ต.ม Lao Bao ของเวียดนาม คณะเดินทางต่อยังสถานที่ท่องเที่ยว Ta Con air port
12.00น. พักรับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคาร Kim Hoi หลังจากรับประทานอาหารเสร็จนำคณะเดินทางไป เมือง Quang Tri
13.30น. ถึง Ta Con airport เป็นสนามบินเก่าที่มีความสำคันของทางทหารอเมริกันในยุคสงครามเวียดนามที่โดนทหารทางเวียดนามเหนือบุกแตกเมื่อปี ค.ศ 1968
18.00น. รับประทานอาหารค่ำณภัตตาคาร Thang Long เป็นร้านอาหารออกแบบจักพรรคด์ที่สวยงามและเมนูอาหารหลากหลาย อร่อย น่ากิน
หลังจากนั้นพักผ่อนท่องราตรีตามอัธยาศัยที่โรงแรม ในเมืองเว้
 
วันที่  2: พระราชวัง Dai Noi  –  วัด Thien Mu – หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน – โบราณสถาน  Hoi An                 
07.00น. บริการอาหารเช้า นำท่านชม พระราชวังหลวง ของจักรพรรดิ์ที่สร้างไว้กลางป้อมอย่างแข็งแรงเที่ยว
ชมพระราชวังโบราณแห่งสุดท้ายของเวียดนาม UNESCO ประกาศให้ เป็นแหล่งมรดกโลก เป็นที่ประทับ ที่ทำการของระบบพระราชวงๆสุดท้ายของประเทศเวียดนามคือพระราชวงเหงียนมีพระองค์ทั้งหมด 13 องค์ที่ได้ขึ้นมาถือคองราชนับตั้งแต่ ค.ส 1802 จนถึง ค.ส 1945มีสถาปัตย์ที่สวยงาม ใหญ่โต อลังการเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้ชมครบทั้งหมด 3 ส่วนของพระราชวังได้แก่ กำแพงรอบนอกป้องกันตัวพระราชวังที่เรียกว่า “กิงถั่น” ที่ทำการของพระองค์กับเสนาธิการและแม่ทับ ท้องพระโรงที่เรียกว่านครจักพรรคด์ “ไถหว่า”  และส่วนที่สำคัญมากที่สุดของพระราชวังคือพระราชวังต้องห้าม เป็นที่ประทับของพระองค์ พระราชินี นางสนมและกลุ่มคนรับใช้เป็นขันที ที่เรียกกันว่า ”ตื๋อกั๋มถั่น”
 
09.00น. เยี่ยมชมวัดเทียนมุเป็นศูนย์กลางทางพุทธนิกายมหายานที่มีอายุเก่าแก่นับเป็นหลายร้อยปีผ่านมา จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือเจดีย์ Phuoc Duyen ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม 7 ชั้น ฝั่งซ้ายและขวามีศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโล นอกจากนั้นวัดแห่งนี้ยังมีสิ่งหนึ่งเก็บไว้ที่ความสำคัญทางประวัติและการเมืองของประเทศเวียดนามในยุคสงคราม เป็นรถเก๋งคันหนึ่งสีฟ้าของอาดิตเจ้าอาวาสองค์ที่เคยเผาตัวกลางกรุงไซ่ง่อล เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์แลการฉ้อราษฎ์บังหลวงของรัฐบาลโงดินเยียม ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้
จากนั้นเดินทางไปเมืองดานังตามเส้นทางหมายเลข 1A ที่เรียบตามชายฝั่งทะเลตะวันตก คณะจะได้ผ่านทะเวสาบ Tam Giang เป็นทะเลสาบน้ำก่อยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเป็นพื้นที่ชาวเวียดนามใช้ในการเลี้ยงกุ้ง ปลา จำนวนมาก ชมวิวที่สวยงามของอ่าวทะเล Lang Co เป็นหนึ่งในสีบอ่าวสวยงามที่สุดในโลกเป็นพื้นที่ชาวเวียดนามใช้ในการเลี้ยงหอยเพื่อการผลิตมุก
12.00น. พักรับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคาร Lang Co หลังจากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองโบราณแห่งมรดกโลก Hoi An
13.00น. ลอดอุโมงค์ Hai Van ที่มีความยิ่งใหญ่ อลังกาลเป็นงานก่อสร้างแห่งภาคความภูมิใจของวิศวกร กรรมกรชาวเวียดนาม ท่านจะได้ชมและบันทึกภาพของอุโมงค์ทางบกที่มีความยาว 6280 เมตรพาลอดภูเขาหายเวิน
14.00น. แวะเยือนหมู่บ้านแกะสลักหินอ่อนซึ่งเป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ในตัวเมืองดานังที่มีชื่อเสียงด่งดังไปทั่วโลกในงานฝีมือการแกะสลักหินอ่อน หินหยก ท่านสามารถบันทึกภาพหรือซื้องานแกะสลักเหล่านี้เพื่อเอากลับไปเป็นของฝากหรือซื้อกลับไปเป็นของประดับในบ้าน
15.00น. ถึงเมือง ฮอยอัน เป็น เมืองแห่งมรดกโลกเก่าแก่ ที่มีชื่อเสียง ของเวียดนามอีกที่หนึ่ง เป็นเมืองที่มีประวัติ 400 กว่าปีผ่านมา แต่ก่อนในช่วงศรรตวัตที่ 17 ถึง ศรรตวัตที่ 19 เป็นเมืองท่าเรือที่มีความสำคัญอย่างมากของแถบอาเซี่ยน เป็นจุดที่กลุ่มค้าขายและแลกเปลี่ยนสินค้ามีการเดินเรือจากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่ญนำสินค้าที่ขึ้นชื่อจากเมืองเขามารวมที่นี่เพื่อการพาณิชย์กับกลุ่มประเทศในแถบอาเซี่ยน ก็เลยบ้านเมืองในเมืองฮอยอันมีสถาปัตที่พิเศษ ไม่มีที่อื่นบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นถนน บ้านอยู่ที่อาศัย วัดวาอาราม สะพานต่างๆ มีการผสมผสานการออกแบบของสถาปัตยกรรมจากจีน ญี่ปุ่ญ เวียดนาม ฯลฯ มาด้วยกันอย่างลงตัวทุกครั้งที่คนไทยได้มาจะแวะมาเยี่ยมชม สถานที่แห่งนี้  และ ช๊อปป้งสินค้า นานาชนิด ที่มีหลากหลายให้เลือกชื้อ และนำไปเป็นของฝากที่ราคาถูกและมีคุณภาพ                 
18.00น. กลับไปรับประทานอาหารมื้อค่ำที่เมืองดานังเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศเวียดนาม เป็นสิงคโปแห่งเวียดนาม เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเวียดนาม เป็นเมืองใหม่ที่ได้รับการปกครองโดยตรงพิเศษจากทางรัฐบาลเวียดนาม เป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในยามค่ำคืนในเวียดนาม มีชายหาดชื่อ Mi Khe ที่สวยงามอันดับ 6 ของโลก มีสะพานหมุนในช่วงเวลา 24.00 น. ทุกวัน พิเศษมีสะพานมังกรที่มีการพ่นไฟและพ่นน้ำจากปากมังกรในช่วงเวลา 21.00 น. ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์
20.00น. พักผ่อนท่องราตรีตามอัธยาศัยที่โรงแรม  ในเมืองดานัง   
 
วันที่  3: วัดสมหวัง – ตลาดดงบา – ล่องเรือแม่น้ำหอม                                   
07.00น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเป็นบุฟเฟ่ 
09.00น. นำท่านชมวัด Linh Ung เป็นวัดศาสนาพุธนิกายมหายานที่ใหญ่และอลังการที่สุดในเวียดนามกลาง มีรูปเจ้าแม่กวนอิมองค์มีความสูงมากที่สุดในเวียดนาม 67 เมตรเท่ากับตึก 30 ชั้น ตั้งอยู่บนยอดเขา เป็นวัดที่มีชื่อแปลเป็นภาษาไทยคือสมหวัง ก็ถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มากแห่งหนึ่งสำหรับคนที่นับถือศาสนาพุธนิกายมหายานในประเทศเวียดนาม
11.00น. พักรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร Sao Bien เมนูเป็นอาหารทะเลที่มีความสดและอร่อยที่ริมอ่าวลังโก
15.30น. นำคณะชม ตลาดดองบา เป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่ของเมืองเว้ (Hue) ที่อยู่ติดกับน้ำเหือง หรือแม่น้ำหอม เป็นแหล่งชุมนุมคนไทยในเมืองเว้ที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนในตลาดดองบาจึงได้ยินแต่ภาษาเวียดนามและภาษาไทย
18.00น. รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร Royal Park เมนูอาหารฮ่องเต้ จากนั้นนำคณะล่องเรือมังกรที่แม่น้ำหอม
ชมบรรยากาศและความเป็นอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ ซึ่งมีความกว้างพอๆกับแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมชมการแสดงดนตรีพระราชนิพนธ์ซึ่งเป็น 1 ใน 4 อย่างที่เป็นมรดกโลกของประเทศเวียดนามในทางด้านวัฒนธรรมจากสาวชาวเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นการแสดงที่งดงาม และเป็นสิ่งที่เวลามาเที่ยวเมืองเว้ไม่ควรพลาด
19.00น. เข้าที่พัก   พักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรม ในเมืองเว้
 
วันที่ 04 : เว้ – ด่านลาวบาว – สปป ลาว – สวรรณเขต – มุดาหาร                                                                                                                                                                       
06.00น. รับประทานอาหารเช้า                                                                                                                         
07.00น. เดินทางออกจากเมืองเว้ ผ่านเมืองดองฮาตามเส้นทางหมายเลข 9
11.00น. ถึงด่าน ลาวบ่าว ผ่านพิธีการผ่านแดนเมืองเวียดนาม สปป. ลาว ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก จากร้าน ดิวตี้ฟรีด่านลาวบาว
12.00น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารเมืองพิณสปป.เดินทางมุ่งหน้าสู่สวรรค์เขต   แล้วออกเดินทางไปสะพานแห่งที่ 2
16.00น. ถึงสะพานแห่งที่ 2 สวรรณเขต ผ่านด่านตรวจคนออกเมือง เดินทางไปถึงเมืองมุกดาหาร โดยสวัสดิภาพ
สามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.L2btravel.net
หรือติดต่อทัวร์เวียดนามกลาง
  083-2743757 ID LINE : L2BTRAVEL
[/size]










หน้า: [1]