ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางตรวจสอบประสิทธิภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

07-07-2018 , 03:30:33
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 606
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คืออุปกรณ์สำหรับเพื่อนำมาใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
เดี๋ยวนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความต่างกันด้วย หากว่าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ว่าหากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาถูกหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีทั้งยังคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี และก็ปัญหาในตนเองผสมปนเปกันไป โดยเหตุนี้ เราจึงจึงควรมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับวิเคราะห์ประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การพิจารณาคุณภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. ตรวจสอบความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ และควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เพราะว่าสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแล้วก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ตอนที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อแนะนำคือ ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าเกิดพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อเรื่อง ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเป็นประจำย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายๆสายสัญญาณเสียงที่เยี่ยมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด ถ้าเกิดเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบสิ่งของที่ใช้ทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆในการทำหัวสาย ได้แก่ ทองเหลือง แล้วก็อลูมินัม ขอแนะนำว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีมากกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเกิดทิ่มไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความทนทานสูง มีอายุการใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยเจอปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำเป็นต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง หากไม่ฟูมฟัก หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. พิจารณาการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมแซมได้ จะต้องทิ้งสิ่งเดียว ด้วยเหตุดังกล่าวในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจำต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร ด้วยเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับในการแทงกับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหละหลวม ทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่อาจจะเสียบกับวัสดุอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำเป็นต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อทิ่มกับวัสดุอุปกรณ์จะมีผลให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจจะทำให้สายมีการหักได้
5. ตรวจสอบความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงแม้จะมิได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เพราะเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนกระทั่งเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินไปกระทั่งกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็ต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. วิเคราะห์ยี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็จัดว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะมักจะเป็นสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
การเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสาย audio cable : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable