ผู้เขียน หัวข้อ: บริษัทรับเหมาต่อเติม สร้างบ้าน ซ่อมบ้าน อีกทั้ง Build-In ตกแต่งคอนโด ตอกเสาเข็ม  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

วันนี้ เวลา 09:04:41
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 359
    • ดูรายละเอียด

บริษัท Complete Home รับเหมาต่อเติมบ้าน ตอกเสาเข็ม สปันไมโครไพล์
โทรต่อ 094-253-9397
ต้องการ ซ้อมบ้านทรุด รับต่อเติมบ้านหรือไม่?
สิ่งที่ควรทราบก่อนสร้างบ้านในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว
สวัสดีนะครับผู้เขียนได้พบหนังสือของกรมโยธาธิการเกี่ยวกับการสร้างตึกขนาดเล็กในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวซึ่งมีสาระมากๆสำหรับสหายสหายที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวดังเช่นหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคกึ่งกลางเล็กน้อย และภาคใต้เล็กน้อยจริงๆแล้วคนเขียนว่าไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดไหนในประเทศพวกเราควรจะรู้ข้อมูลพื้นฐานนี้ไว้ยอดเยี่ยม
 
1 ตำแหน่งของอาคารในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว
บริเวณที่ไม่สมควรก่อสร้างอาคารดังเช่นบริเวณที่เป็นเชิงลาดบริเวณใกล้แนวลอยเลื่อนรวมทั้งบริเวณที่ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ตามที่แสดงในรูป
 
2 รูปทรงรวมทั้งรูปแบบของตึกในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว
การออกแบบทรงรูปแบบของตึกในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวควรจะกำหนดให้เป็นแบบเรียบง่าย อาทิเช่น อาคารทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมเป็นต้น ควรเรื่องการก่อสร้างอาคารที่มีลักษณะเป็นมุมหัก

3 ช่องเปิดของอาคารในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว
สำหรับช่องเปิดของอาคารถ้าว่างขนาดและก็ตำแหน่งของช่องเปิดไม่เหมาะสมจะเกิดความประพฤติการพินาศของเสาสั้นหรือตึกบางส่วนมีการขับเคลื่อนมากเกินไปก่อให้เกิดการแตกกันดังเช่นว่าลักษณะตามรูปด้านล่างวิธีการปรับปรุงแก้ไขควรจะทำเสาร์เอ็นและคาน / หลังคอนกรีตลอดช่องเปิดต่างๆให้มีความครึ้มพอๆกับความครึ้มของผนัง และก็ขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตรเพื่อคุ้มครองการแบ่งแยกจากการเขย่าสั่นสะเทือน
 
4 ระบบโครงสร้างของตึกในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว
4.1 ฐานราก
กรณีทีใช้โครงสร้างรองรับเสาเข็มต้องมีการเชื่อมยึด ที่พอเพียงระหว่างฐานรากแล้วก็เสาเข็ม รวมทั้งคิดถึงความสามารถในการรับแรงด้านข้างของเสาเข็มแต่ละต้นด้วย ตัวอย่างเนื้อหาการเสริมเหล็กในฐานรากเสาเข็ม
กรณีที่ใช้รากฐานแผ่จึงควรตั้งอยู่บนชั้นดินเดิมที่มีกำลังแบกทานสูง และควรจะมีความยั่งยืนมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะสามารถระบายน้ำาหนักจากองค์ประกอบอาคารส่วนบนสู่ดินฐานรากได้อย่างปลอดภัย โดยขนาดความครึ้มขั้นต่ำสุดของโครงสร้างรองรับแผ่จำต้องไม่น้อยกว่า 0.20 เมตร และหรูหราความลึกที่ฝังในดินจากระดับผิวดินถึงระดับต่ำาสุดของฐานรากไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร

4.2 เสาตอหม้อ
พื้นชั้นล่างของอาคารอยู่อาศัยบางหลังมีการยกพื้นให้สูงมากขึ้น และก็ส่วนใต้ท้องถิ่นชั้นล่างมีลักษณะเป็นใต้ถุนเปิดโล่ง ไม่มีการก่อผนังปิด ทำาให้เสาเสาของตึกที่อยู่ระหว่างโครงสร้างรองรับและก็พื้นด้านล่างไม่มีการยึดโยง
ที่เพียงพอ เมื่ออาคารเกิดการโยกแบบอย่างร้ายแรงจากแผ่นดินไหว ถ้าเสาเสาหลักไม่อาจจะทนต่อการโยกได้ก็อาจกำเนิดความเสื่อมโทรมเป็นอันตราย การออกแบบจึงควรมีการเสริมเหล็กให้เพียงพอในเสาเสา รวมทั้งบางทีอาจจัดตั้ง ตัวยึดโยงหรือกำาแพงคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อให้เสาตอหม้ออาคารพักอาศัยมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
 
4.3 เสา
สำหรับเสาของตึกขนาดเล็กหรือตึกอยู่อาศัยคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีขนาดเล็กและก็สูงไม่เกิน 2 ชั้นขนาดของเสาไม่สมควรน้อยกว่า 20 เซนติเมตร แล้วก็พื้นที่หน้าตัดเหล็กเสริมตามทางยาวของเสาไม่สมควรน้อยกว่าจำนวนร้อยละ 1 และไม่ควรมากยิ่งกว่าจำนวนร้อยละ 6 ของพื ้นที ่หน้าตัดทั ้งหมดของเสา เหล็กเสริมตามทางยาวไม่สมควรมีขนาดเล็กกว่า 12 มิลลิเมตร จำนวนมากกว่า 4 เส้นและก็มีการเสริมเหล็กปลอกครั้ง ่มีระยะห่างไม่เกิน 10 ซม. ที ่บริเวณโคนเสาทั ้งด้านบน และก็ข้างล่าง ของอเหล็กปลอกจะต้องเป็นของอ 135 องศา
4.4 คาน
สำาหรับคานของตึกขนาดเล็กหรืออาคารพักอาศัยที่มีความยาวไม่เกิน 5 เมตร หน้ากว้างของคานไม่สมควรน้อยกว่า 15 เซนติเมตร เหล็กเสริมตามยาวไม่ควรมีขนาดเล็กกว่า 12 มม. และก็มีการเสริมเหล็กปลอก
ที่มีระยะห่างไม่มากกว่า 10 เซนติเมตร ที่บริเวณปลายคานทั้งสองข้าง รวมถึงส่วนปลายของอของเหล็กปลอกต้องมีระยะยื ่นไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กปลอก ของอเหล็กปลอกจะต้องเป็นของอ 135 องศา

 4.5 ข้อต่อระหว่างเสาและคาน
เหล็กเสริมตามยาวและเหล็กปลอกของเสาแล้วก็คานจะต้องมีปริมาณเพียงพอในรอบๆข้อต่อระหว่างเสาแล้วก็คานที่จะรัดรอบแกนคอนกรีต ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเหนียวและสามารถต่อต้านแรงเชือดที่เกิดขึ้น
จากแรงสั่นของแผ่นดินไหวได้ โดยระยะเรียงของเหล็กปลอกในเสาและในคานบริเวณข้อต่อดังที่กล่าวผ่านมาแล้วไม่สมควรเกิน 10 เซนติเมตร และควรเพิ่มเหล็กปลอกในเสารอบๆข้อต่ออีก 3 ปลอก ดังตัวอย่างในรูป

4.6 โครงหลังคา
การยึดส่วนต่างๆของโครงหลังคา ไม่ว่าจะเป็นหลังคา แป จันทัน อกไก่ หรืออเส ควรจะมีการยึดอย่างมุ่งมั่นนอกจากนี้ควรกระทำยึดโยง (Bracing) โครงหลังคาให้มีเสถียรภาพสำหรับในการต้านแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ตามแบบอย่างในรูป

5 ฝาผนังก่ออิฐของตึกในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว
การก่อสร้างผนังก่ออิฐของอาคารจะต้องมีการยึดส่วนฝาผนังกับส่วนที่เป็นส่วนประกอบอาคาร อย่างมุ่งมั่น รวมทั้งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ทางช่างที่ถูก ตามรายละเอียดดังนี้
(1) ก่อนจะก่อฝาผนังให้ราดน้ำบนอิฐที่จะก่อให้เปียกแฉะ เพื่อมิให้ก้อนอิฐซับน้ำจากปูนก่อมากจนเกินความจำเป็น จนกระทั่งเป็นเหตุให้เนื้อปูนร่วนได้
(2) ผนังครั้ง ่ก่อต้องได้แนวทั ้งในแนวยาวรวมทั้งในแนวดิ ่ง โดยการถ่ายระดับน้ำ กางเชือกเอ็น รวมทั้งใช้ตรงทุกความสูงไม่เกิน 50 ซม. การก่ออิฐแต่ละครั้งไม่ควรสูงไปกว่า 1.00 เมตร แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมงจึงจะก่อถัดไปได้
(3) ปูนก่อระหว่างก้อนอิฐควรจะมีความหนาราว 1 ซม. โดยปูนก่อจำเป็นต้องก่อเต็มหน้าแผ่นอิฐและก็แต่งแนวให้เรียบ
(4) ฝาผนังที่ก่อชนเสาควรมีการยึดฝาผนังก่ออิฐเข้ากับเสา โดยเตรียมการให้มีการฝังเหล็กเสริมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร เอาไว้ภายในเสาทุกระยะ ห่างไม่เกิน 60 เซนติเมตร ยาวจากขอบเสาไม่น้อยกว่า 30 ซม. (ดังแสดงในรูป) ถ้าหากไม่ได้มีการตระเตรียมฝังเหล็กเสริมไว้หรือฝังเหล็กเสริมไว้แต่ว่าไม่ตรงแนวฝาผนัง ให้เจาะรูสำหรับแทงเหล็กเสริมโดยรูที่เจาะมีความลึกไม่น้อยกว่า 5 ซม.รวมทั้งแทงเหล็กโดยใช้น้ำยาเคมีหรือกาวอีพ็อกซี่ ห้ามไม่ให้เจาะรูโดนเหล็กเสริมในเสา
(5) ฝาผนังก่ออิฐที่ยาวเกินกว่า 3.00 เมตร ต้องมีเสาเอ็น และฝาผนังก่ออิฐที่มีความสูงเกินกว่า 2.50 เมตรต้องมีคานทับหลัง โดยเสาเอ็นรวมทั้งคานทับหลังควรมีความกว้างไม่น้อยกว่า 15 ซม. มีความครึ้ม
เท่ากับความดกของฝาผนังที่ก่อ และเสริมเหล็กตามทางยาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 มม. ปริมาณ2 เส้น แล้วก็เหล็กปลอก (ลูกโซ่) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ทุกระยะห่างไม่มากกว่า 20 ซม. เหล็กเสริมตามแนวยาวของเสาเอ็นหรือคานทับหลังให้ฝังลึกในองค์ประกอบพื้ น คาน หรือเสา ซึ่งบางทีอาจทำเป็นโดยการฝังเหล็กเสริมในส่วนประกอบตระเตรียมไว้ก่อนจะเทคอนกรีต ถ้าเกิดไม่ได้มีการฝังเหล็ก เสริมดังที่กล่าวถึงมาแล้วเตรียมไว้ ให้ใช้วิธีดังที่ระบุใน (4)
(6) มุมผนังก่ออิฐ หรือปลายผนังที่ก่อไม่ชนกับเสาหรือท้องคาน ต้องมีเสาเอ็นหรือคานทับหลัง ที่มี ขนาดและรายละเอียดการเสริมเหล็กตามระบุใน (5)
(7) ไม่สมควรก่อฝาผนังอิฐที่จั่วหลังคา ควรจะใช้ฝาผนังที่ทำจากวัสดุอื่นที่มีน้ำาหนักเบากว่า ตัวอย่างเช่น ไม้ ไม้สังเคราะห์ หรือ กระเบื้องแผ่นเรียบ
(8) การก่อฝาผนังคอนกรีตบล็อก คอนกรีตชนิดมวลเบา หรือผนังสำเร็จรูปต่างๆให้เป็นไปตามมาตรฐาน หรือข้อแนะนำของผู้สร้างวัสดุนั้นๆ

6 วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างตึก
อุปกรณ์ก่อสร้างอาคารโดยเฉพาะส่วนส่วนประกอบจะต้องมีความแข็งแรงและก็คงทนถาวร โดยธรรมดาตึก ที่มีน้ำาหนักน้อยจะได้รับผลกระทบจากแรงแผ่นดินไหวน้อยกว่าอาคารที่มีน้ำหนักมากมาย นอกจากนี้จะต้องพิจารณาถึง จุดเชื่อมต่างๆให้มีความรู้และความเข้าใจสำหรับในการถ่ายแรงได้อย่างสมบูรณ์ด้วย
 
สิ่งที่ควรทราบก่อนคิดเพิ่มเติมบ้าน
1. หลักสำคัญทางกฎหมาย
การเพิ่มเติมหรือดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขอาคาร ตามรายละเอียดต่อไปนี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการอนุญาตจากทางด้านราชการ
การขยายพื้นที่ชั้นสูงสุดชั้นใด ตั้งแต่ 5 ตร.มัธยม
แปลงหลังคา หรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม
เพิ่ม – ลด ปริมาณ หรือแปลงเสา คาน บันได รวมทั้งฝาผนัง
ตึกต้องมีระยะถอยร่นจากเส้นเขตที่ดิน ดังนี้
สำหรับทาวน์เฮ้าส์และตึกแถว พื้นที่ว่างข้างหลังกว้าง 2 ม. จะต้องเว้นว่างไว้ เพื่อเป็นทางหนีไฟ
ฝาผนังด้านที่เปิดประตู หน้าต่าง ที่สูงไม่เกิน 9 ม. จำต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2.0 มัธยม สำหรับที่สูงเกิน 9.0 มัธยม จะต้องห่าง 3.0 ม. ผนังที่ไม่มีช่องเปิดต้องห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 0.50 มัธยม นอกจากแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินใกล้กัน
จะเห็นได้ว่าตามข้อบังคับนั้น ทาวน์เฮ้าส์และห้องแถวเกือบจะไม่อาจจะเพิ่มเติมอะไรก็ตามได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เว้นเสียแต่แต่มีพื้นที่เหลือข้างหลังมากๆแต่ว่าแต่แม้อยากได้ต่อเติมอย่างแม่นยำก็ควรจะมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างด้วย แต่ที่มีความคิดเห็นว่ามีการก่อสร้างต่อเติมอยู่ทั่วๆไปก็เพราะทางราชการผ่อนผันให้ ถ้าหากว่าไม่มีปัญหาใดๆกับบ้านข้างๆ
2. หัวข้อการขัดกันกับบ้านข้างๆ
จากข้อความสำคัญที่ 1 จะมองเห็นได้ว่าการที่จะสามารถต่อเติมได้อย่างไม่มีปัญหานั้น จึงควรมีการเสวนากับบ้านข้างๆก่อนว่าจะมีการเพิ่มเติมบ้าน เพราะว่าถ้าเกิดบ้านข้างเคียงไม่ยินยอม และก็ไปร้องทุกข์กับทางด้านราชการก็จะมีปัญหาตามมาค่อนข้างจะมากมาย
แต่ว่าถ้าบ้านใดมีพื้นที่มากพอกระทั่งสามารถยื่นขอก่อสร้างได้ เจ้าของบ้านก็ยังคงต้องรับผิดชอบต่อความย่ำแย่ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการก่อสร้างต่อบ้านใกล้กันด้วย ได้แก่ แรงสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม, การขับเคลื่อนจากการขุดดิน, ปัญหาเสียงหรือฝุ่น ซึ่งหากมีปัญหากระทั่งบ้านข้างๆรับไม่ได้ บางทีอาจเกิดการฟ้องศาล ให้หยุดการก่อสร้าง และก็สามารถเรียกร้องค่าครองชีพในเรื่องที่กำเนิดความเสียหายได้
3. การต่อเติมบ้าน
เป็นงานที่ต้องอาศัยวิศวกรเป็นผู้ออกแบบงานส่วนต่อเติมให้ เนื่องจากว่าพื้นที่ส่วนที่ต่อเติมมักเป็นพื้นที่จำกัด รวมทั้งจำเป็นต้องคิดถึงสภาพปัจจุบันของตึก ตลอดจนภาวะพื้นที่ในส่วนที่จะต้องการเพิ่มเติม ซึ่งมีข้อจำกัดในการดำเนินการ, การเลือกใช้ระบบของเสาเข็ม, การลำเลียงอุปกรณ์ก่อสร้าง ตลอดจนการแก้ปัญหาน้ำรั่วรอบๆรอยต่อของตึกเดิมแล้วก็ส่วนต่อเพิ่มเติม
 
ข้อคิดเตือนใจก่อนต่อเติมบ้าน
การเพิ่มเติมบ้านเป็นสิ่งที่แทบเลี่ยงมิได้สำหรับคนที่ซื้อบ้านในโครงงานจัดแบ่งทั่วๆไป ด้วยเหตุว่าผู้ประกอบการต้องทุ่นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างให้เยอะที่สุด โดยเหตุนี้ พื้นที่บ้านก็เลยมักไม่เป็นที่พอใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยที่จำต้องทำกับข้าวไทย ซึ่งมักจะจะต้องทำการต่อเติมครัวเพิ่มเติมเสมอ ซึ่งมักสร้างปัญหาตามมาเป็นอันมาก ดังนั้น ก่อนการเพิ่มเติมบ้าน อยากให้ท่านเจ้าของบ้านพิจารณาถึงเรื่องดังที่กำลังจะกล่าวต่อไปในขณะนี้
1. แบบทางด้านสถาปัตยกรรม
1.1 พื้นที่ส่วนต่อเพิ่มเติม ควรจะมีแบบสอดคล้องกับตัวบ้านเดิม ด้านสิ่งของรวมทั้งเค้าหน้าของตึก โดยสามารถให้ผู้ออกแบบทำรูป 3 มิติ เพื่อทำให้เห็นว่าหลังจากเพิ่มเติมแล้วแบบอย่างบ้านจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง เจ้าของบ้านพึงพอใจหรือเปล่า เพราะเหตุว่าถ้าเจ้าของบ้านมองแบบไม่เป็น เมื่อเพิ่มเติมแล้วบางทีอาจจะต้องทนอยู่ในบ้านที่ต่อเติมจนถึงน่าสะอิดสะเอียนไปอีกทั้งชีวิต
1.2 ต้องคิดถึงการถ่ายเทอากาศในบ้านหลังต่อเติม ส่วนมากการต่อเติมชอบไปปิดโอกาสระบายอากาศของตัวบ้าน โดยเฉพาะตึกจำพวกทาวน์เฮ้าส์รวมทั้งห้องแถว เมื่อต่อเติมข้างหลังบ้านแล้ว ลมไม่สามารถพัดจากหน้าบ้านไปออกหลังบ้านได้ ทำให้อากาศข้างในบ้านร้อนมาก จนไม่สามารถอยู่ได้ หากว่าไม่มีระบบปรับอากาศ โดยเหตุนี้ การต่อเติมต้องพยายามหาช่องให้ลมสามารถถ่ายเทได้ ซึ่งจำเป็นต้องขอคำแนะนำผู้ออกแบบ
1.3 แสงสว่างจากธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่มักจะไปปิดช่องแสงที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้ทางเดินส่วนกลางและก็ช่องบันไดมืดตลอดระยะเวลา ทำให้จำเป็นต้องเปิดไฟทั้งวัน ดังนั้น การเพิ่มเติมแต่งจำต้องพิจารณาถึงการเปิดทางแสงไว้ด้วย
2. ปัญหาด้านข้อบังคับแล้วก็ผลกระทบกับบ้านข้างเคียง
โดยปกติการเสริมบ้าน สำหรับตึกการค้าขาย, ทาวน์เฮ้าส์ หรือแม้กระทั้งบ้านเดี่ยว ที่มีพื้นที่ไม่มากเท่าไรนัก ผิดกฎหมายเกือบทุกข้างหลัง ด้วยเหตุว่าตามกฎหมายได้ระบุพื้นที่ว่างไว้สำหรับตึกแต่ละชนิด ซึ่งการก่อสร้างก็มักจะก่อสร้างเต็มพื้นที่ดังที่กล่าวมาแล้วแล้ว โดยเหตุนั้น ท่านเจ้าของบ้านต้องระวังเรื่องดังที่กล่าวถึงมาแล้วไว้บ้าง ซึ่งปกติข้าราชการก็รู้ถึงเหตุจำเป็นดังที่ได้กล่าวมาแล้วก็เลยชอบไม่เข้ามาวุ่นวาย ยกเว้นในกรณีที่มีผู้ร้องทุกข์ ดังนั้นก่อน ที่ท่านจะเพิ่มเติมก็ควรบอกกล่าวบ้านใกล้กันให้ทราบว่าท่านจะเพิ่มเติม และก็จะต่อแบบใด เพื่อไม่ให้ กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของบ้านใกล้กัน ดังเช่น อย่าต่อเติมจนชิดกับข้างบ้าน หรือต่อเติมแล้วเปิดหน้าต่าง หรือช่องระบายลมไปติดข้างบ้านกระทั่งเสียง, แสง หรือกลิ่นในห้องครัวไปรบกวนข้างบ้าน การระบายน้ำฝนจากส่วนต่อเพิ่มก็ต้องมีรางน้ำ อย่าให้น้ำตกไปฝั่งข้างบ้าน โดยการเอาดวงใจเขามาใส่ใจพวกเราบ้างว่า ถ้าข้างบ้านทำกับพวกเราแบบนี้ เราจะยอมรับได้หรือเปล่า
3. แบบสำหรับการเพิ่มเติม
ก่อนหาผู้รับเหมาก่อสร้าง ถ้าหากท่านเจ้าของบ้านไม่มีความรู้ทางด้านวิศวกรรมเลย ควรศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลไว้บ้าง หรือทางที่ดีหาวิศวกรเป็นที่ปรึกษาซักคน จากนั้นก็หาผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมและก็งานองค์ประกอบให้เรียบร้อย ทำแบบและรายละเอียดของงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้เป็นแนวทางให้ผู้รับเหมาประเมินราคา และก็ก่อสร้างไปตามแบบที่ท่านอยาก
4. การหาผู้รับเหมาก่อสร้าง
การเลือกผู้รับเหมา ไม่ใช่มองเพียงแค่ราคาที่เสนอเพียงแค่นั้น ด้วยเหตุว่าบ่อยครั้งผู้รับเหมาจะใช้วิธีเสนอราคาที่ต่ำเพื่อให้ได้งาน แล้วบากบั่นลดคุณภาพงาน, ตีราคาเพิ่มหรือร้ายสุดเป็นทิ้งงาน ฉะนั้น ทางสำหรับในการหาผู้รับเหมา คือหาที่ประสบพบเห็นผลงาน เป็นถามจากคนรู้จักกันชี้แนะ แล้วตามไปดูผลงาน ไต่ถามจากเจ้าของบ้านว่าผู้รับเหมารายนี้เป็นอย่างไรบ้าง การคุยต่อรองราคา รวมทั้งการแบ่งงวดงาน จำเป็นต้องอาศัยวิศวกรมาช่วยคุยเพื่อไม่ให้โดนหลอก
คำแนะนำสำหรับท่านที่คิดจะเพิ่มเติมบ้าน ในขณะที่ยื่นและไม่ยื่นขออนุญาตมีดังนี้
เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างว่าข้างบ้านจะเดือดร้อนจากการต่อเติมของเราบ้างหรือไม่ ทั้งยังขณะต่อเติม จะเกิดเสียง ฝุ่นผง ก่อกวนตลอดระยะเวลา รวมทั้งภายหลังจากเพิ่มเติมแล้ว จะไปบังแดด บังลม หรือทำให้น้ำฝนไหลไปท่วมข้างบ้านไหม
ถึงแม้ว่าจะขออนุญาตถูก การก่อสร้างต่อเติมถ้าไปทำความลำบากกับบ้านข้างเคียง ก็อาจถูกร้องเรียน หรือฟ้องคดีให้หยุดการก่อสร้างได้
ควรผูกสัมพันธ์กับข้างบ้านไว้ให้ดี เพื่อลดความไม่ถูกกัน ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างสามารถจัดการให้เสร็จดังที่อยากได้
ก่อนกระทำเพิ่มเติม ควรจะแจ้งเพื่อนบ้านใกล้กันให้ทราบว่าเราจะต่อเติมอย่างไร จะเสร็จเมื่อใด เพื่อลดความไม่ลงรอยกัน
หน้าที่เพิ่มเติมบ้าน จำเป็นจะต้องอาศัยช่างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้วยเหตุดังกล่าว การคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างจำต้องดูให้ดี อย่าใช้ราคาที่เสนอเป็นตัวตัดสิน ด้วยเหตุว่าอาจมีปัญหาที่แก้กันไม่จบได้ในภายหลัง
แนวทางด้านองค์ประกอบ
วิธีการสำหรับเพื่อการต่อเติมจะต้องแยกโครงสร้างส่วนต่อเพิ่มใหม่ให้เป็นองค์ประกอบต่างหาก ซึ่งสามารถอยู่ได้โดยตัวเอง การแยกส่วนประกอบต้องให้แยกขาดจริงๆโดยจะต้องเว้นให้กำเนิดช่องว่างระหว่างอาคาร ถ้าเกิดมีพื้นที่พอเพียง แม้กระนั้นหากไม่มีก็ให้กันด้วยโฟม เพื่อไม่ให้มีการเชื่อมต่อของโครงสร้างเดิมกับส่วนประกอบใหม่ ซึ่งรวมทั้งห้ามเชื่อมต่อวัสดุปูผิว และก็ผนังก็ควรเว้นช่องไว้ แล้วอุดด้วยวัสดุยาแนวจำพวกโพลียูรีเทน เพื่อคุ้มครองป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึม ส่วนหลังติดอยู่ก็ให้ทำปีกนอกยึดติดกับตัวตึกเดิม ยื่นมาคลุมตึกที่เพิ่มเติม เพื่อปกป้องน้ำรั่วรอบๆรอยต่อ
 
 
เรามีทีมช่างตกแต่งภายในทีมีความชำนาญ จากช่างไม้ที่มีประสบการณ์กว่า30ปี ซึ่งพร้อมที่จะสร้างงานไม้ให้สวยงามเหมาะกับห้องและความต้องการของคุณ เช่น ตู้บิ้วอิน

 

ให้บริการครบวงจรเรื่องบ้าน รับออกแบบ ซ่อมบ้าน ราคาถูก
อีกทั้ง Build-In ตกแต่งคอนโด ตั้งอยู่ที่ Bangkok Thailand


ใช้บริการกับเราสิ รับแก้ทุกปัญหา ต่อเติม ตกแต่งภานใน renovate บประกันงาน ออกแบบบ้าน ร้านค้า สำนักงาน ต่อเติมบ้าน ต่อรองราคาได้ ราคาถูก
 
ปัญหาคาใจเพิ่มเติมครัวแล้วทรุด
หนึ่งในบรรดาปัญหาบ้านทรุดที่มักคาใจเจ้าของบ้านเป็น ภายหลังจากต่อเติมครัวแล้ว พอใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ห้องครัวส่วนต่อเติมมักจะทรุดหลุดออกมาจากตัวบ้าน...
1. ทำไมจึงทรุด?
บ้านธรรมดามักลงเสาเข็มยาวลึกถึงชั้นดินแข็งจึงได้รับแรงพยุง 2 ส่วนคือ “แรงเสียดทานจากดินอ่อน” และก็ “แรงกดดันจากชั้นดินแข็ง” ในเวลาที่ครัวส่วนต่อเพิ่มมักลงแค่เสาเข็มสั้น ก็เลยมีแรงพยุงเพียงแต่ส่วนเดียวเป็นแรงเสียดทานจากดินอ่อนเท่านั้น แล้วก็นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ครัวส่วนต่อเติมทรุดตัวเร็วกว่าบ้าน
นอกจากนั้น แม้เกิดต้นสายปลายเหตุให้ชั้นดินอ่อนยุบเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ความดันน้ำลดลดลงกว่าธรรมดา (มักกำเนิดรอบๆจ.กรุงเทพฯและพื้นที่รอบๆ) ผิวดินพร้อมส่วนต่อเพิ่มเติมที่ลงเสาเข็มสั้นไว้ก็จะทรุดและก็ตามด้วยเช่นกัน
2. ทรุด ร้าว รั่ว
การเพิ่มเติมแต่งห้องครัวหรือส่วนต่อเติมอะไรก็แล้วแต่นอกจากจะจำต้องแยกส่วนประกอบออกจากตัวบ้านแล้วควรจบงานรอยต่อพื้นแล้วก็ฝาผนังให้ถูกด้วยข้อบกพร่องที่มักพบเป็น ช่างมักก่อผนังหรือหล่อพื้นชนเชื่อมติดกับบ้านเดิม ถัดมาเมื่อพื้นดินทรุดลงจากน้ำหนักกดทับของส่วนต่อเพิ่ม (อาจรวมถึงต้นเหตุอื่น เช่น พื้นดินถมไว้ไม่นานพอเพียง หรือเคยเป็นบ่อสระมาก่อน ฯลฯ) ส่วนต่อเพิ่มเติมก็จะทรุดตามพื้นดินจนกระทั่งเกิดการฉีกให้ขาดผิดใจรอบๆรอยต่อ ทำให้น้ำรั่วซึมเข้ามาได้ง่าย วิธีที่ถูกต้องเป็นให้ใช้โฟมกั้นระหว่างรอยต่อดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น (พื้นและฝาผนัง) ก่อนจะยาแนวด้วย PU หรือ Silicone นอกจากนั้น เพื่อการทรุดตัวเป็นไปอย่างช้าๆบางทีอาจเลือกใช้อุปกรณ์กับเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักค่อย รวมทั้งกระจายน้ำหนักเฉลี่ยหลายด้านเพื่อเลี่ยงการทรุดตัวแบบเอียง
3. ทรุดแบบเอียงๆ!
หากนำองค์ประกอบของครัวส่วนต่อเพิ่มเติมไปฝากไว้กับภูมิลำเนา ฝั่งด้านนอกซึ่งลงเสาเข็มสั้นจะทรุดตัวก่อน ตอนที่ฝั่งภายในซึ่งยึดกับโครงสร้างบ้านเดิมแม้ว่าจะยังไม่ทรุดในระยะแรก แต่ว่าในภายหลังก็จะฉีกจนขาดออกมาท้ายที่สุด เปลี่ยนเป็นการทรุดตัวแบบเอียงซึ่งอันตรายในแง่องค์ประกอบ และนับคือปัญหาที่ปรับปรุงแก้ไขได้ยากมาก
4. ทำยังไงไม่ให้ทรุด?
บ้านทรุดหรือส่วนต่อเติมทรุดนั้นเกิดเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมดา เนื่องจากอาคารบ้านเรือนย่อมมีการทรุดตัวเป็นธรรมดา แม้กระนั้นการทรุดตัวจะเกิดขึ้นน้อยมากหรือแทบไม่ทรุดเลย แม้ลงเสาเข็มยาวถึงชั้นดินแข็ง สำหรับกรณีมีพื้นที่จำกัด บางทีอาจลงทุนเลือกใช้เสาเข็มแบบ Micro Pile เพื่อความสะดวกสำหรับการก่อสร้าง รวมทั้งความแข็งแรงมั่นคงของส่วนต่อเติม
 
แนวทางคุ้มครอง ไฟฟ้ารั่ว เพื่อความปลอดภัย สำหรับเพื่อการใช้งาน
กระแสไฟฟ้าที่พวกเราใช้กันในบ้านนับว่าเป็นความต้องการ เนื่องจากช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้พวกเราสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายเพิ่มขึ้น แต่ยังไงก็จะต้องไม่ลืมที่จะรอบคอบสำหรับในการเรื่องสิ่งของงาน ด้วยเหตุดังกล่าวเพื่อให้มีความปลอดภัย เรามาดูวิธีการป้องกันอันตรายจาก กระแสไฟรั่ว กันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง
1.ถ้าหากตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็น มีความคิดว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานมีไฟรั่ว ทางที่ดีใช้ไขควงเช็คจุดที่สัมผัสก่อน ถ้าพบว่าไม่มีไฟรั่วก็เลยสามารถสัมผัสได้
2.จัดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีสายดิน ไฟฟ้ารั่วจะไหลไปตามสายดิน ซึ่งช่วยปกป้องอันตรายได้
3.ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว ตัวเครื่องจะป้องกันสำหรับตัดไฟรั่ว เมื่อค่ากระแสไฟฟ้าถึงเกณฑ์ที่ระบุ
4.เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ถ้าหากร่างกายของพวกเรามีความเฉอะแฉะ ไม่ควรจับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆเพราะเหตุว่าอาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายได้
5.ใช้สิ่งของที่เป็นฉนวนกระแสไฟฟ้าปูพื้น ถ้าเกิดจึงควรสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ยืนบนฉนวน เพื่อความปลอดภัย
 
จุดต่อเติม ที่มักเกิดปัญหาภายหลัง
ทางเข้าหลักหน้าบ้าน
หมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่มักออกแบบพื้นที่นี้เป็นเพียงแต่พื้นที่ปูกระเบื้องยกฐานะขึ้นมาประมาณ 20 – 30 เซนติเมตรก่อนจะเข้าตัวบ้าน และมักมีเสาขนาดใหญ่ทั้งสองข้างเป็นตัวกำหนดขอบเขตการใช้งาน ว่าไปแล้วพื้นที่ที่ตรงนี้ทำอะไรได้ไม่มากนัก ด้วยเหตุว่าด้วยขนาดที่เล็กแล้วก็เป็นฟุตบาทเข้า-ออกบ้าน จำนวนมากก็เลยจะต่อเติมในลักษณะของการเพิ่มระเบียงให้สามารถใช้งานได้มากขึ้น
กรณีนี้พวกเราอยากได้พื้นที่ระเบียงที่อยู่รอบๆก่อนเข้าตัวบ้านมากยิ่งขึ้น เพื่อการนั่งพักผ่อนสบายๆยามเย็น หรือใช้รับรองแขกถ้ามีงานเลี้ยงที่บ้าน แนวความคิดในการดีไซน์ก็เลยเป็นการเพิ่มเติมส่วนของระเบียงไม้ สร้างสวนแนวดิ่ง พร้อมกับแนวกำแพงทึบที่แนวรั้ว เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้รอบๆนี้
– ส่วนประกอบแล้วก็อุปกรณ์
จำต้องแยกคานโครงสร้างส่วนที่เพิ่มเติมออกจากส่วนเดิมของบ้าน กรณีนี้บางทีอาจใช้เสาเข็มสั้นโดยประมาณ 2 – 3 เมตรรับน้ำหนักก็คงจะเพียงพอ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ส่วนต่อเพิ่มจำเป็นที่จะต้องตัดขาดจากส่วนตึกเดิมด้วยเหมือนกัน ส่วนที่เป็นหลักไม้อาจใช้ไม้สังเคราะห์หรือไม้จริงก็ได้ แล้วแต่ความชื่นชอบและก็ความเหมาะสม ส่วนผนังกรุหินที่อยู่ตรงข้ามประตูปากทางเข้าบางทีอาจจำต้องก่อฝาผนังเพิ่มเล็กน้อย เพื่อให้มีการปิดล้อมที่เหมาะสำหรับพื้นที่พักจริงๆ
มีหลายบ้านที่ประสบปัญหานี้ เป็นการที่พื้นที่ข้างบ้านมีขนาดกว้างพอที่จะจัดสวนหรือมีระเบียงไม้นั่งพักผ่อนสบายๆได้ แม้กระนั้นเพราะเหตุไรช่องเปิดที่ให้มากมายลับเป็นหน้าต่างเล็กๆที่มองออกไปได้เพียงแค่นั้น จะออกไปทีก็จำต้องเดินอ้อมไปออกทางหน้าบ้านและก็มายังสวนนี้
– การใช้แรงงาน
แม้อยากได้ความสบายแล้วก็ช่องเปิดที่ใหญ่ขึ้น ก็ควรต้องเปลี่ยนจากหน้าต่างเล็กแปลงเป็นประตูบานเปิดหรือบานเลื่อนก็ได้ สร้างระเบียงไม้พร้อมระแนงบังแดดเพื่อสร้างส่วนพักผ่อนนอกบ้าน ทั้งยังยังช่วยเชื่อมความเกี่ยวเนื่องระหว่างด้านในกับภายนอกให้ใกล้ชิดกันเพิ่มมากขึ้นด้วย
– องค์ประกอบรวมทั้งวัสดุ
ถ้าหากกลัวว่าจะเกิดการทรุดบางทีอาจใช้เสาเข็มสั้นโดยประมาณ 2 – 3 เมตรรับน้ำหนัก ส่วนส่วนประกอบที่รองรับพื้นไม้นั้นเป็นโครงคร่าวๆเหล็กที่ทาหรืออบน้ำยาป้องกันการเป็นสนิมแล้ว เพื่อความคงทนต่อฝนและความชื้นมากกว่าโคร่งคร่าวๆไม้ และไม่ควรจะให้สัมผัสพื้นดินโดยตรง ส่วนเสาที่ปฏิบัติภารกิจรับระแนงไม้ด้านบนเป็นเหล็กกล่องขนาด 15 x 15 ซม. ลงสีป้องกันการเป็นสนิมรวมทั้งโทนสีที่ต้องการ ตรอกด้วยเหล็กกล่องขนาด 5 x 5ซม. ห่างกันทุก 60 เซนติเมตรเพื่อติดตั้งไม้ระแนง
ห้องครัวเป็นสิ่งหนึ่งที่คนมักต่อเติมเพื่อการใช้แรงงานที่สะดวกขึ้น เพราะลักษณะของครัวหมู่บ้านจัดสรรมักมีฝาผนังรอบด้าน มีหน้าต่างระบายอากาศเพียงนิดหน่อย แถมยังมีประตูที่เชื่อมต่อกับด้านในภายโดยตรงด้วย จึงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับกลิ่นรบกวนได้
– การใช้งาน
ห้องครัวที่คนประเทศไทยนิยมแล้วก็ใช้งานได้สะดวกที่สุดคือครัวไทยแบบเปิดโล่งเตียน มีเพียงแต่หลังคาที่ป้องกันแสงแดดกันฝน