ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางสำรวจประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 14 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

04-08-2018 , 19:46:20
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 831
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ตอนนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าจัดจำหน่ายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าแล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความต่างกันด้วย ถ้าหากพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แต่ว่าถ้าหากพวกเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีทั้งยังคุณภาพดี คุณภาพแย่ แล้วก็ปัญหาในตัวเองปะปนกันไป ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงจำเป็นต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การตรวจสอบประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำเป็น 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์ความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถพิจารณาด้วยตัวเองได้ รวมทั้งควรเช็คเป็นอย่างแรก เพราะสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งรวมทั้งความอ่อนไม่เท่ากัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอคือ ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป เนื่องจากว่าจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมสร้างปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป เนื่องจากว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเป็นประจำย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสายสัญญาณเสียงที่ดีที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกจนขาด ถ้าเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจตราวัสดุที่ใช้ทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับในการทำหัวสาย อย่างเช่น ทองเหลือง รวมทั้งอลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรจะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีมากกว่า เนื่องด้วยเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าหากเสียบไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ นอกเหนือจากนี้ ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้งานนาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ในขณะสายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจะต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าเกิดไม่บำรุง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. พิจารณาการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ และถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องทิ้งอย่างเดียว โดยเหตุนี้สำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงจำเป็นต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับเพื่อการเสียบเข้ากับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหละหลวม อีกทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถเสียบกับอุปกรณ์ได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจำต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อเสียบกับวัสดุอุปกรณ์จะก่อให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจทำให้สายมีการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้จะไม่ได้มีผลต่อคุณภาพการใช้งานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเหลือเกินจนกระทั่งกำเนิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของเราว่าคืออะไร ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วๆไป ควรจะมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. พิจารณาแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็จัดว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือสินค้าโนเนม เพราะว่ามักจะเป็นสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสพังเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สาย audio cable