ผู้เขียน หัวข้อ: Zanzibar เกาะที่จังหวะหัวใจเต้นไม่เหมือนเดิม  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

14-07-2019 , 16:18:46
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1439
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ซานซิบาร์ แค่ชื่อสิ่งเดียวก็เชิญชวนให้หัวใจแปลงจังหวะเต้นเสียจนถึงติดรายนามที่ต้องไปเยี่ยมให้ได้แล้ว ไม่รู้เรื่องนิดหน่อยว่าเกาะในห้วงมหาสมุทรประเทศอินเดียทางตะวันออกของประเทศแทนซาเนียนี้มีอะไร แม้กระนั้นในภาพในใจนั้นคือเมืองอาหรับเก่าย้อนยุคในกลิ่นอายทะเล มีตคอยกซอกซอยเล็กแคบลัดเลาะไประหว่างบ้านคนมุสลิมในอาคารเก่าปูนร่อน กลิ่นหอมเครื่องเทศ ชาวแคว้นที่เป็นลูกผสมระหว่างแขกเปอร์เซียตะวันออกกลางและก็แอฟริกา ความน่าหลงใหลของประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้อย่างไม่ชัดแจ้ง และก็ดวงตะวันที่ตกตรงที่ที่ขอบฟ้าชิดกับเส้นสมุทรเป็นสีส้มฉานขณะที่ใบเรือสามเหลี่ยมแบบแอฟริกาเบาๆแล่นผ่านเข้าฉากมา โรแมนติกใจขาด

และในที่สุดฉันก็ได้โอกาสไปเยี่ยมจริงๆภายหลังไปฝ่าป่าซาฟารีที่แทนซาเนียมาห้าวัน การวางเป้าหมายเดินทางถัดมาอีกนิดเพื่อนั่งๆนอนที่ชายหาดบนเกาะซานซิบาร์รวมทั้งเดินชมเมืองเก่ามรดกโลกคือรายการที่ประจวบเหมาะพอดีที่สุด จากแผ่นดินใหญ่มีเครื่องจากเมืองต่างๆของแทนซาเนียดังเช่น Dar es Salaam หรือ Arusha หรือ Kilimanjaro แล้วก็จากเมืองไนโรบีประเทศเคนย่ามาลงที่ซานซิบาร์ได้เลย ใช้เวลาบินไม่นาน ราว 1-2 ชั่วโมงตามแต่ระยะทาง แม้กระนั้นราคาตั๋วเครื่องบินในประเทศแทนซาเนียหรือจากเคนย่านี้ถือว่าแพงทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Kenya Airways หรือ Precision Air ถ้าเกิดมีเวลาและก็ชอบเที่ยวสมบุกสมบันหน่อยก็สามารถนั่งเรือเฟรี่ผ่านจากมาได้

จากท่าอากาศยานเรียกแท็กซี่ที่ยืนดาหน้ารอมารุมมาตุ้ม มีคนคอยจัดแจงแจกคิวรถให้แบบมั่วๆจำเป็นต้องตกลงให้แน่ก่อนขึ้นรถว่าจะไป Stonetown ราคา 10 เหรียญยูเอส ถนนหนทางเข้าเมืองเล็กๆรวมทั้งมีเสน่ห์แบบเมืองเล็ก ผ่านบ้านตึกปูนโบราณเก่าต้นไม้ครึ้มเลาะเลี้ยวไป อารมณ์แบบอาหรับมากกว่าจะเป็นแอฟริกา ไม่นานก็เข้าเขตตัวเมืองเก่ามรดกโลก สโตนทาวน์ อดนึกถึงเมืองเก่าฮาวาน่ามิได้ ช่างมีความละม้ายคล้ายคลึงกันจริงๆแม้ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมแขกไม่ใช่ประเทศสเปน แต่ว่าที่ไม่ราวกับเป็นที่นี่ดูไม่สะอาดกว่ามาก ไม่ใช่เปรอะเปื้อนเนื่องจากเก่าหรือจนถึง แต่เนื่องจากคนทิ้งขยะลงพื้น อาคารบ้านเรือนบางข้างหลังเสื่อมโทรมรกร้างเนื่องจากว่าถูกปล่อยปละ น่าเสียดาย

บังกะโลที่ฉันเลือกในบรรยากาศเมืองอย่างนี้ย่อมควรจะเป็นบังกะโลบูทีคในอาคารเก่าแต่งแบบย้อนยุค เดิมตั้งใจจะไปนอนที่ Emerson Spice เนื่องจากว่าเป็นอพาร์เม้นท์บูทีคแห่งแรกที่เอาอาคารเก่ามาทำใหม่ แม้กระนั้นเขียนเมล์ไปหลายรอบตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ท่าทางเสมือนจะทำเล่นๆไม่เป็นจริงเป็นจัง ฉันเลยสืบไปจนกระทั่งพบว่า ผู้ครอบครองโรงแรมเดิมมีสองคน สร้าง Emerson Green ขึ้นมาก่อน แล้วแยกตัวไปทำ Emerson Spice อีกที่พร้อมเอาชื่อเก่าไปด้วย ที่เดิมเลยเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น 236 Hurumzi ฉันเลยจองไปที่ดั้งเดิมฮูรุมซี่ดีกว่า ปรากฎกลับมาไม่นานแมกกาซีน Conde Naste Travelers ประกาศให้รางวัลเอเมอร์สันที่ใหม่ว่าเป็นยอดเยี่ยมบูทีคโฮเท็ลในซานซิบาร์ อ้าว….

แต่ว่าฮูรุมซี่ก็น่ารักน่าเอ็นดูใช้ได้แม้ช่วงที่ไปจะขาดการดูแลความสะอาดเนื่องจากเป็นตอนๆโลว์ซีซันฉันชื่นชมผู้ที่ตาถึงสามารถดัดแปลงแก้ไขสถาปัตยกรรมเก่ามาใช้งานให้เหมาะกับชีวิตเดี๋ยวนี้ เก็บอารมณ์ย้อนยุคไว้ได้แม้กระนั้นเสริมความสบายสบายแบบปัจจุบันนี้เข้าไป แถมออกแบบของซานซิบาร์ยังได้อิทธิพลมาจากแขกซึ่งย้ำสีสันจัดจ้านบนผนังปูนและก็กระเบื้องสีสด ก็เลยถูกจริตฉันเป็นพิเศษ เตียงนอนสี่เสามีมุ้งปกคลุม หน้าต่างสเตนกลาสสีสดให้แดดส่องเข้ามาประกายระยิบระยับรุ่งเช้า โรแมนติกอย่างที่ฝันไว้จริงๆห้ามนอนผู้เดียวเด็ดขาด

หัวใจของซานซิบาร์นี้ก็คือสโตนทาวน์ ซึ่งสามารถเดินลัดดูไปตามตรอกซอกซอยได้ทั่ว ฉันจึงเก็บเวลาสองวันที่อยู่ตรงนี้ไว้โดยไม่สนใจจะซื้อทัวร์ออกไปชมไร่เครื่องเทศ (Spice Tour) หรือชมซากโบราณสถานอื่นนอกเมืองเลย ขอใช้เวลาเดินเล็มเก็บภาพเก็บบรรยากาศตึกเก่าเมืองโบราณพร้อมชมสถานที่ประวัติศาสตร์ที่อยู่ในเมืองให้ครบ แล้วก็ยกย่องวิถีชีวิตที่ยังเป็นไปแบบไม่จัดฉากให้ชื่นฉ่ำใจ

เพียงแค่ก้าวเท้าออกจากเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ก็ตื่นตาตื่นใจแล้ว เหมือนส่วนผสมระหว่างฮาวาน่ากับมาราเกช ราวกับฮาวาน่าตรงที่ตึกเป็นสมัยเก่าที่ผุพังร่วนสีเก่าลอก แม้กระนั้นยังคงเสน่ห์ชักชวนให้เก็บรูปของประตูหน้าต่างที่สะท้อนความสวยในอดีตอย่างไม่ทราบเบื่อ แม้กระนั้นราวกับมาราเกชตรงที่อาคารเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นร้านขายของที่บรรดาแขกผู้ขายต่างเรียกชักชวนอย่างแทบจะอุ้มเข้าร้าน ยังดีที่ของที่ขายเป็นของท้องถิ่นอยู่มาก ไม่ใช่ของฝากโหลๆจากเมืองจีนได้แก่ผ้ามัดย้อมลายเฉพาะถิ่น ไม้แกะเป็นของเล่นบ้างอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีบ้าง ภาพวาดนักแสดงพื้นเมือง เครื่องเรือนไม้แบบแขกงามไม่แพ้โมร็อคโคแต่ถูกกว่ามากจนปัญญาเต้นแรง เว้นแต่ร้านขายของแล้วตึกเหล่านั้นก็เป็นร้านอาหารบ้าง คาเฟ่เล็กๆบ้าง มีสปาร้านนวดรวมทั้งอาบน้ำขัดตัวฮัมมัมตามประเพณีแขกอาหรับ ที่น่ารักคือโดยมากยังเป็นบ้านคนที่อาศัยอยู่จริง ก็เลยได้มองเห็นวิถีชีวิตประจำวันของเขา มองเห็นเด็กนักเรียนเดินไปสถานที่เรียน ราษฎรสวดมนต์ในมัสยิดห้าเวลาต่อวัน รถเข็นขายสินค้ารับประทานพื้นบ้าน สมแล้วที่ยูเนสโก้ขึ้นบัญชีมรดกโลกเอาไว้

จุดศูนย์กลางของสโตนทาวน์น่าจะเป็นตอนถนนเลียบทะเลตั้งแต่สวน Forodhani Gardens ไปจนกระทั่งอาคาร House of Wonders, Palace Museum และก็ Old Customs House

ชิดกับสวนเป็น Old Fort ป้อมเก่าที่เดี๋ยวนี้เป็นศูนย์วัฒนธรรม ข้างในเป็นสนามโล่งเตียนๆใช้เป็นลานจัดการแสดงกลางแจ้ง ขึ้นไปเดินบนกำแพงรอบป้อมได้ มีร้านขายของงานหัตถกรรมเขตแดนเรียงกันข้างล่าง แม้กระนั้นมองผิวเผินแล้วสู้ร้านค้าตามซอยซอกซอยในเมืองมิได้

เดินทะลุออกมาจากป้อมมาตรงสวนซึ่งเสมือนเป็นสวนสาธารณะประจำเมือง พึ่งจะซ่อมใหม่ก็เลยยังสะอาดหมดจดงามด้วยพุ่มไม้และม้านั่ง แม้กระนั้นช่วงกลางวันปลอดคนมาเท่าไร ช่วงเย็นๆไปถึงตอนกลางคืนจึงจะคึกคัก ช่วงเย็นเด็กชายวัยรุ่นจะมากมายระกระโดดน้ำเล่นแข่งขันกันที่ท่าน้ำชายทะเล เขาจะเข้าคิวกันแล้ววิ่งจากลานพุ่งไปที่ท่าน้ำแล้วกระโจนตัวลอยลงน้ำ ต่างคนต่างแข่งขันกันประดิษฐ์ท่ากระโดดที่กะว่าอวดลีลากันเต็มกำลัง ทั้งม้วนตัวตีลังกา ฉีกแข้งขา หมุนรอบ สารพัน เป็นบรรยากาศที่สนุกสนานเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแบบเขตแดน เรียบง่ายไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วย ที่เด็ดเป็นพอดวงตะวันตก สีของพระอาทิตย์ที่ยอแสงย้อมภาพเด็กๆให้เป็นเงาดำตัดกับฉากสีส้มและประกายน้ำทะเล งามจับตารวมทั้งเสียงหัวเราะนั้นจับอกจับใจมากๆ

พอเพียงมืดลานซีเมนต์ในสวนก็จะเริ่มครึกครื้นไปด้วยคนที่มาเดินซื้อของกินจากแผงอาหารเหมือนตลาดโต้รุ่งบ้านเราส่วนมากเป็นอาหารทะเลปิ้งย่าง สารพัดชนิด กุ้งหอยปูปลากั้งน้ำหมึก หมักเครื่องเทศหลายแบบให้เลือก บาร์บีคิวเนื้อสัตว์ต่างๆก็มี และมี “พิซซ่าซานซิบาร์” ซึ่งหมายถึงแป้งนานของแขกใส่ไส้ต่างๆมีน้ำอ้อยคั้นใหม่ๆเสมือนบ้านพวกเรา ฉันได้ลองมารับประทานอย่างงี้คืนวันหนึ่ง ของกินล้นหลามดูตื่นตาตื่นใจ ซื้อแล้วไปนั่งกินริมทะเล ได้อารมณ์แล้วก็บรรยากาศแต่ว่าขอบอกว่าไม่อร่อยเลย แถมแขกผู้ขายยังขี้โกง ไม่ยอมบอกราคาก่อน แม้กระนั้นพอเพียงส่งอาหารให้ก็โก่งราคาแพงๆอ้างโน่นนี่นั่น เช่นเพิ่มค่าสลัด(ซึ่งเป็นมะเขือเทศและก็แตงร้านเฉาๆ) พวกเราทนความเหลี่ยมจัดไม่ได้จำเป็นต้องขอโต้แย้งจะไม่ยอมจ่ายแล้วก็ยกเลิกทั้งสิ้นแล้วก็ค่อยยอมลด ก็เห็นๆอยู่ว่าเขาบอกราคาให้คนแขกด้วยกันถูกกว่าตั้งเยอะแยะ

ถัดลานสวนมาเป็น House of Wonders หรือ Beit El–Ajaib ที่ชื่อ “บ้านพิศวง”ก็เพราะว่าวังเก่าแห่งนี้เป็นตึกแห่งแรกในแอฟริกาตะวันออกที่มีลิฟท์และก็ไฟฟ้าใช้ ผลิตขึ้นเมื่อปี 1883 โดยสุลต่านองค์หนึ่ง เคยถูกราชกองทัพเรืออังกฤษทิ้งระเบิดตอนสงครามกลางเมือง ตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ควรซื้อตั๋วเข้าไปชม แสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของซานซิบาร์ที่ผ่านร้อนหนาวมาแต่ละยุค รวมถึงวัฒนธรรมของเผ่าสวาฮิลีคนประจำถิ่นเริ่มแรก แล้วก็รายละเอียดของการผลิตและการใช้เรือ Dhow ซึ่งเป็นเรือประจำถิ่นของแอฟริกาตะวันออก

แม้กระนั้นที่ฉันถูกใจมากยิ่งกว่า(อย่างเคย)คือตัวอาคารวัง นิทรรศการนั้นนำเสนอเฉพาะด้านล่างแล้วก็เปิดชั้นสองให้เดินดูห้องต่างๆได้ ที่เด็ดคือชั้นบนสุดที่มีระเบียงไม้กรุเชิงอุบายฉลุรอบกายตึกอีกทั้งสี่ด้าน เดินวนดูได้รอบมองเห็นทิวทัศน์สโตนทาวน์อย่างครบทิศ ในตอนที่ฉันขึ้นไปนั้นเป็นเวลาดวงตะวันตกพอดิบพอดี นั่งชมวิวฟ้าสีส้มสมุทรสีน้ำเงิน มีเรือโดว์หลายลำแล่นช้าๆตัดเส้นขอบฟ้าเข้ามาจนกระทั่งถึงขอบดวงอาทิตย์กลมโตที่กำลังสำผัสน้ำ ค่อยๆแล่นตัดผ่านไป และพระอาทิตย์ก็ค่อยจมหายไปในห้วงมหาสมุทรประเทศอินเดีย งามซาบซึ้งใจอย่างไม่มีที่แห่งไหนราวกับ เพราะเหตุว่ารอบตัวเป็นกลิ่นอายบรรยากาศของเมืองท่าแขกที่เคยค้าขายเจริญ ฉันได้อารมณ์เสมือนอยู่ท่ามกลางเมืองที่พ่อค้าวาณิชกำลังเก็บเครื่องใช้ที่ใส่เรือมาแลกขาย การค้าขายสนทนาที่หนื่อยหนักของวันได้จบลง และก็พร้อมที่จะจัดแจงออกสนุกสนานยามกลางคืนเมื่อรัตแผ่ผ้ากำมะหยี่สีดำออกห่มปกคลุม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : tarjetasbonitas.net

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://tarjetasbonitas.net/paydirt-scr888-ออนไลน์/

Tags : tarjetasbonitas.net,tarjetasbonitas